พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ( ในหลวง รัชกาลที่ 6 ) และ ธงชาติไทย




พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (1 มกราคม พ.ศ. 2424 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ แห่งราชวงศ์จักรี ครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453  



พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชสมภพ ณ พระบรมมหาราชวัง ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 32 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 


พระองค์มีพระอัจฉริยภาพและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในหลายสาขา ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การทหาร การศึกษา การสาธารณสุข การต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้นับพันเรื่อง 


ใน พ.ศ. 2524 ยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละครไว้เป็นจำนวนมาก



ด้วยทรงพระราชดำริว่าพระอารามนั้นมีมากแล้ว และการสร้างอารามในสมัยก่อนนั้นก็เพื่อบำรุงการศึกษาของเยาวชนของชาติ จึงทรงพระราชดำริให้สร้างโรงเรียนขึ้นแทน


  เพื่อส่งเสริมขยายการศึกษาให้แก่ประชาชน สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ  

 
พระองค์มีพระอัจฉริยภาพและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในหลายสาขา 


ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การทหาร การศึกษา การสาธารณสุข การต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ 


ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้นับพันเรื่อง 


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวางศิลาฤกษ์อาคารก่อสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2459



ทุกวันที่ 28กันยายน พระพุทธศักราช 2460 "วันพระราชทานธงชาติไทย"  ร่วมรำลึกโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)  


ที่ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย โดยประเทศไทยนั้นถือเป็นประเทศที่ 54 ของโลกที่มีวันธงชาติ


ธงชาติไทยหรือธงไตรรงค์ เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย แสดงถึงเอกลักษณ์และศักดิ์ศรีในความเป็นไทย เป็นสัญลักษณ์สูงสุดของชาติ 


เป็นสิ่งเตือนใจให้อนุชนคนรุ่นหลังได้รำลึกถึงการเสียสละของบรรพบุรุษไทย ความเป็นเอกราช สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์


เพื่อจะได้ดำรงไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่นของประเทศไทยให้ยั่งยืนและเกิดเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทยให้มีความเจริญรุ่งเรือง



ด้านอาชีวศึกษา โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนเพาะช่างขึ้นเป็นสถานศึกษาที่ผลิตบุคลากร รักษาศิลปะการช่างไทย ปัจจุบันคือวิทยาลัยเพราะช่าง


ทรงให้โอกาสทางการศึกษาของสตรี ด้วยการจัดตั้งโรงเรียนนางพยาบาลสภากาชาดสยาม และโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี เพื่อไปเป็นครูประจำโรงเรียนสตรีต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเบญจมราชาลัย



โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ เมื่อปี พ.ศ.2561 และประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ 2464


กำหนดให้เด็กทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ ปี เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียน จนอายุครบ 14 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มีสิทธิได้รับการศึกษาโดยทั่วกัน


จากในรัชกาลที่ 6 สืบสานมาถึง พระราชดำริ การศึกษา ของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 10 


การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน

1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง

2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – มีคุณธรรม

3.มีงานทำ – มีอาชีพ

4.เป็นพลเมืองที่ดี


มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ความรู้ความเข้าใจต่อชาติบ้านเมือง 


ยึดมั่นในศาสนา มั่นคงในสถาบันกษัตริย์ มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและ ชุมชนของตน 

มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – มีคุณธรรม รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด – ชอบ / ชั่ว – ดี 

ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ดีงาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – มีคุณธรรม


รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด – ชอบ / ชั่ว – ดี 
ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ดีงาม

  ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว 

ช่วยกันสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง มีงานทำ มีอาชีพ


การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็ก และเยาวชน 


 การฝึกฝนอมรมทั้งในหลักสูตร และนอกหลักสูตรต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียน ทำงานเป็นและมีงานทำในที่สุด รักงาน สู้งาน ทำจนงานสำเร็จ

ต้องสนับสนุนผู้สำเร็จหลักสูตร มีอาชีพ มีงานทำจนสามารถเลี้ยงตนเอง และครอบครัว เป็นพลเมืองที่ดี


การเป็นพลเมืองดี เป็นหน้าที่ของทุกคน 

ครอบครัว – สถานศึกษาและสถาน ประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสท าหน้าที่ เป็นพลเมืองดี 


การเป็นพลเมืองดีคือ “เห็นอะไรที่จะ ทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” เช่นงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศลให้ทำด้วย ความมีน้ำใจ และความเอื้ออาทร

"ทรงพระเจริญ"



ความคิดเห็น